อินฟินีออนหนุนไทยตั้ง รง.เวเฟอร์แฟบ
อินฟินีออน
1
ใน 10 ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ยาหอมตลาดไทยยังน่าสนใจ
และพร้อมเข้ามาสนับสนุนการลงทุน ด้านเทคโนโลยี, ถ่ายทอดโนว์ฮาว
และทำสัญญาซื้อยกล็อต 5 ปี ให้กับบริษัท บี สแควร์ ซึ่งกำลังปรับโครงสร้างหนี้
หนุนการตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์แฟบ ริเคชั่น แห่งแรกของไทย แต่ย้ำชัดเจน
ไม่ใช่แผนร่วมลงทุน
นายโทมัส
ลี ชวาร์ซ รองประธานอาวุโส บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า
อินฟินีออน ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก ยังคงให้ความสนใจกับการเข้ามาลงทุนด้านนี้ในประเทศไทย
โดยเฉพาะการลงทุนในส่วนของเทคโนโลยี และโอนถ่ายโนว์ฮาวให้กับบริษัทผู้ผลิตในประเทศ
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ในขั้นตอนเจรจาความร่วมมือลักษณะดังกล่าวกับบริษัท บีสแควร์ เอ็นเตอร์ไพร้ซ
จำกัด หรือบริษัท ซับไมครอน จำกัด (มหาชน) เดิม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ และหาผู้ร่วมลงทุน เพื่อเดินเครื่องโรงงานผลิตเวเฟอร์แฟบ
ริเคชั่นแห่งแรกในประเทศไทย โดยยืนยันว่าหากบริษัทดังกล่าว
บรรลุข้อสรุปเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน และมีแผนงานจัดตั้งโรงงาน
และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้านการผลิตที่ชัดเจน อินฟินีออน
ก็พร้อมเข้ามาให้การสนับสนุนทันที
ทั้งนี้ความร่วมมือของบริษัทจะประกอบด้วย
การส่งทีมงานวิศวกรจำนวน 50 คน เข้ามาทำงานร่วมกับบุคลากรของบีสแควร์ โดยพร้อมรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตลอดระยะเวลา
2 ปีแรกของการจัดตั้งโรงงาน ตลอดจนการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต
นอกจากนี้ ยังจะทำสัญญาจัดซื้อชิ้นส่วนทั้งหมดที่บีสแควร์จะผลิตขึ้นมา ตลอดระยะเวลาไม่ต่ำกว่า
5 ปีในระยะแรก ซึ่งครอบคลุมสายการผลิตใน 4 ยุคเทคโนโลยี
"อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีนโยบายนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่ของการร่วมลงทุน
หรือการเข้ามาจัดตั้งโรงงาน เนื่องจากไม่ต้องการให้ซ้ำซ้อนกับการลงทุนครั้งสำคัญในภูมิภาคนี้
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอินฟินีออน ได้ประกาศร่วมลงทุนกับบริษัท นันยา เทคโนโลยีส์
ของไต้หวัน ในการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตชิพหน่วยความจำดีแรม ขนาด 0.07 และ 0.09 ไมครอน" นายชวาร์ซ
ยืนยัน
แนะไทยสรุปแผนตั้ง รง. ในปีนี้
ขณะเดียวกัน
เขายังแสดงความเห็นส่วนตัวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย ที่จะตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของตัวเอง
เนื่องจากยิ่งหากล่าช้า ก็จะเสียโอกาสทางการตลาดให้กับประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนด้านนี้อย่างมาก "ในมุมมองส่วนตัวของผมแล้ว
หากไม่สามารถสรุปเรื่องจัดตั้งโรงงานได้ภายในปีนี้ ก็จะถือว่าช้าเกินไปแล้วสำหรับไทย"
นายชวาร์ซ กล่าว
บี สแควร์ปรับแผนเช่าเครื่องจักรแทนซื้อ
ด้านนายสุรศักดิ์
นานานุกูล ที่ปรึกษาการเงิน บริษัท บีสแควร์ เอ็นเตอร์ไพร้ซ์ จำกัด
กล่าวถึงความคืบหน้าในการหาพันธมิตรตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ว่า ขณะนี้ได้ปรับแผนการกู้เงินเพื่อจัดซื้อเครื่องจักร
จำนวน 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะหันมาเช่าเครื่องจักรแทน โดยมีธนาคารแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร
เป็นที่ปรึกษาการเงิน และทำหน้าที่ประสานงานด้านการจัดซื้อเครื่องจักรให้ทั้งหมด และบริษัทจะจ่ายค่าเช่าเป็นงวดๆ
ให้กับธนาคารแห่งนี้ ทั้งนี้ หากใช้วิธีเช่าเครื่องจักรแล้ว จะช่วยลดวงเงินลงทุนที่บริษัทต้องการเหลือเพียง
200 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าต้องใช้ประมาณ 400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) แปลงหนี้เป็นทุนแล้ว 103
ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทพยายามจะเจรจาเพื่อขอเงินทุนสนับสนุนบางส่วนจากบริษัท
อินฟินีออน เยอรมนี อีกประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
"ตอนนี้ ก็เหลืออยู่ที่นโยบายรัฐเท่านั้น
ที่จะส่งเสริมต่อหรือไม่ โดยมีกองทุนขนาดใหญ่อยู่ในไทยหลายกองทุน 500-600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังไม่ได้ลงทุนอะไร" นายสุรศักดิ์
กล่าว
ทางด้านเงินทุนที่จะขอสนับสนุนจากอินฟินีออนนั้น
อาจเจรจาให้พันธมิตรรายนี้ แปลงเงินค่าธรรมเนียมไลเซ่นเทคโนโลยีการผลิต (เทคนิเคิล ฟี)
ซึ่งบริษัทต้องจ่ายในอัตรา 75
ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในแต่ละเจเนอเรชั่นของเทคโนโลยีการผลิต เพื่อเป็นเงินลงทุนเบื้องต้นสำหรับเดินเครื่องการผลิต
"คาดว่าหากสามารถเปิดโรงงานผลิตได้ ก็อาจเริ่มผลิตที่ 0.11 และ 0.07 ไมครอน ซึ่งต้องชำระทันที 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้นจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนในเทคโนโลยี 0.05 และ 0.03 ไมครอน" นายสุรศักดิ์
กล่าว
ที่มา
: กรุงเทพธุรกิจ
ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2546
|